ประวัติศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
        เมื่อ พ.ศ. 2482 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะนั้น
พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ส่ง
หลวงจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ ไปดูงานเกี่ยวกับศาลคดีเด็กในทวีปเอเซียและยุโรป เมื่อกลับมาประเทศไทยได้เสนอรายงานการดูงานที่ประเทศอิตาลี เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ต่อกระทรวงยุติธรรม ต่อมาได้มีบันทึกของประธานศาลฎีกา รายงานทำความเห็นเรื่องการจัดตั้งศาลคดีเด็กเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่เรื่องต้องระงับไป เนื่องจากอยู่ในช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2493 นายเลียง ไชยการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ส่งผู้พิพากษาไปดูงานศาลคดีเด็กและเยาวชนอีกครั้งหนึ่ง และได้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการอบรม สงเคราะห์และการตั้งศาลเด็กขึ้น โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการอื่น ๆ อีก 12 ท่านร่วมกันวางแนวการจัดตั้งศาลเด็ก โดยเริ่มทำเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กที่ทำผิดในทางอาญา และเรื่องทางแพ่งเกี่ยวกับการใช้อำนาจปกครองก่อน ส่วนเรื่องอื่น ๆ จะดำเนินการภายหลัง คณะกรรมการได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 ต่อคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติและได้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางขึ้นในจังหวัดพระนคร ภายใน 180 วันและให้มีสถานพินิจและคุ้มครองเด็กด้วย ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางในจังหวัดพระนคร จึงได้เปิดดำเนินการเป็นแห่งแรกเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2495 ตั้งอยู่ที่อาคารศาลแขวงพระนครใต้เดิม ตำบลตลาดน้อย อำเภอสัมพันธวงศ์ พระนคร
       ในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธี โดยมีพระราชดำรัสไว้ว่า "ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้มีโอกาสมาเปิดศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางในวันนี้ อนาคตของชาติทุกชาติย่อมขึ้นอยู่กับเด็ก เพราะเด็กก็คือผู้ใหญ่ในเวลาข้างหน้า ถ้าบุคคลได้รับการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นพลเมืองดีอยู่ในศีลในธรรม เคารพต่อบทกฎหมายของบ้านเมืองเสียตั้งแต่เยาว์ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นพลเมืองของประเทศก็จะมีแต่คนดี และประเทศจะเจริญก้าวหน้าต่อไปได้ก็โดยต้องมีพลเมืองดีดั่งว่านี้ ข้าพเจ้าจึงมีความพอใจที่รัฐบาลของข้าพเจ้า อันมีกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะได้มีความสนใจในปัญหาเกี่ยวกับการการที่เด็กและเยาวชนกระทำความผิด และพยายามคิดหาทางที่จะอบรมบ่มนิสัยบุคคลเหล่านี้ให้กลับตนเป็นพลเมืองดี ข้าพเจ้าตระหนักดีว่างานนี้เป็นงานใหญ่ งานใหม่ และเป็นงานยุ่งยาก เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องของการ
ศาลเท่านั้น แต่หากมีความสัมพันธ์กับปัญหาการศึกษา ปัญหาทางเศรษฐกิจและปัญหาเกี่ยวกับสวัสดิภาพของประชาชน (Public Welfare) อยู่ด้วย บัดนี้งานขั้นต้นได้ลุล่วงไปตอนหนึ่งแล้ว ข้าพเจ้าหวังว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมมือประสานงานกันในเรื่องนี้ต่อไปจนเราสามารถเปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศ ตามโครงการของกระทรวงยุติธรรมเพื่อเป็นความเจริญแก่ชาติบ้านเมืองของเรา บัดนี้ได้อุดมฤกษ์แล้ว ข้าพเจ้าจะได้เปิดป้ายที่ทำการศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง เพื่อดำเนินงานต่อไปขอให้ศาลและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กซึ่งจะได้ทำการเปิดป้ายนี้ จงเป็นศูนย์กลางและบ่อเกิดแห่งกิจการศาลคดีเด็กและเยาวชน เพิ่มพูนหิตานุหิตประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป เทอญ"

       ต่อมาในปีงบประมาณ 2495 กระทรวงยุติธรรมได้รับงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 1,350,000 บาท เปิดดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ขึ้นที่บริเวณใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ด้านถนนราชินี เป็นอาคารตึก 3 ชั้น ตลอดทั้งหลัง กว้าง 9 เมตร ยาว 52.50 เมตร โดยบริษัทมหกิจก่อสร้าง จำกัดประกวดราคาได้ โดยเสนอราคาต่ำสุดเป็นจำนวนเงิน 1,370,000 บาท ได้เซ็นสัญญาทำการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2495 จะทำการให้แล้วเสร็จภายใน 300 วัน ส่วนจำนวนเงินค่าก่อสร้างซึ่งยังสูงกว่าวงงบประมาณที่ได้รับอนุมัติอยู่ กระทรวงยุติธรรมได้เตรียมตั้งงบประมาณในปีถัดไป และในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2495 ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โดย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้มาเป็นประธานในพิธี
        ต่อมาได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างของศาลคดีเด็กและเยาวชนออกไปให้ทั่วถึงทุกจังหวัดโดยได้จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวแบบเต็มรูปแบบให้ครบทุกจังหวัด ให้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นในศาลจังหวัดทุกศาล ที่อยู่นอกเขตอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวแบบเต็มรูป อันจะมีผลทำให้เด็กและเยาวชนตลอดจนคู่กรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับครอบครัว ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน และเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนทั่วราชอาณาจักร ศาลคดีเด็กและเยาวชนแบบเต็มรูปแบบที่มีอยู่ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 จึงต้องเปลี่ยนชื่อศาลมาเป็น ศาลเยาชนและครอบครัวกลาง หรือ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด…
ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก