ประวัติศาลจังหวัดอ่างทอง
       ศาลยุติธรรมในสมัยก่อน มีการจัดตั้งศาลและวิธีพิจารณาความแบบโบราณ ในกรุงเทพมหานคร มีศาลอยู่มากมายสังกัดกระทรวงและกรมต่าง ๆ หลายแห่ง บางกระทรวง ทบวงกรมได้ตั้งศาลขึ้นวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตน ส่วนศาลต่างจังหวัดงานศาล ยุติธรรมยังคงรวมอยู่ในงานของผู้ว่าราชการเมืองนั้น ๆ เดิมหัวเมืองในพระราชอาณาจักร สังกัดกรมหรือกระทรวงแตกต่างออกไปถึง 4 กรม คือ หัวเมืองฝ่ายเหนือ สังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวเมืองฝ่ายใต้ สังกัดกระทรวงกลาโหม หัวเมืองชายทะเลสังกัดกรมเจ้าท่า ส่วนเมืองบริเวณกรุงเทพฯ สังกัดกรมนครบาล ศาลต่าง ๆ ก็สังกัดไปตามกระทรวงกรมต่าง ๆ เช่นเดียวกัน ทำให้การศาลและกระบวนพิจารณาคดีในสมัยนั้นล่าช้า คดีความค้างในศาลเป็นจำนวนมาก จนมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการชำระสะสางคดี ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยที่จะปฏิรูประบบการศาลไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ทรงจัดตั้งศาลสถิตย์ยุติธรรม เพื่อรวบรวมศาลต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ให้มารวมอยู่ในที่แห่งเดียวกัน มีพระราชบัญญัติจัดการศาลในสนามสถิตยยุติธรรมออกใช้บังคับในปี ร.ศ. 111 (พ.ศ. 2435) ต่อมาในวันที่ 2 มกราคม ร.ศ. 114 (พ.ศ. 2438) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระธรรมนูญศาลหัวเมือง กำหนดให้มีศาลประจำสำหรับพิจารณาคดีความในศาลหัวเมืองประกอบด้วยศาลมณฑล ศาลเมืองและศาลแขวง ส่วนการจัดตั้งศาลขึ้น ณ ที่ใด เมืองใด ให้เป็นหน้าที่ของข้าหลวงเทศาภิบาลเป็นผู้พิเคราะห์พิจารณาให้เห็นสมควรแก่ราชการ แล้วให้มี
ใบบอกเข้ามากราบทูล
ศาลจังหวัดอ่างทอง เดิมชื่อศาลเมืองอ่างทอง ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ร.ศ. 117 (พ.ศ. 2441) โดยกรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ทรงมีลาย พระหัตถ์ทูลเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมว่า สมควรจะตั้งศาลเมืองอ่างทอง เมืองสิงห์บุรี เมืองลพบุรี ตามแบบศาลยุติธรรมอย่างใหม่ให้เหมือนกับศาลเมืองสระบุรี เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมทรงเห็นชอบและนำความกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระราชหัตถเลขาพระบรมราชานุญาต ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน ร.ศ. 117 ดังนี้


      

พระที่นั่งไอสวรรย์ทิพยอาสน์
เกาะบางปะอิน
ที่ ๒๘/๗๖๒ วันที่ ๖ พฤศจิกายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๗
ถึง รพีพัฒนาศักดิ์

ด้วยได้รับหนังสือลงวันที่ ๕ เดือนนี้ ฃออนุญาตตั้งศาลใหม่ในเมืองอ่างทอง เมืองสิงห์ เมืองลพบุรี ตามที่ได้ตกลงกับกระทรวงมหาดไทย ฃอเงินในงบประมาณเมืองนั้น ๆ ในส่วนศาลเก่ามาไว้ในงบประมาณกระทรวงยุติธรรม เงินฃาดเหลือเท่าไรจะได้เอาในงบประมาณข้าหลวงพิเศษเพิ่มเติมฃึ้นให้พอแก่การ กับฃอให้นายปุ่นไปเป็นผู้พิพากษา ขุนอินทร์อาญาเป็น ผู้พิพากษารองศาลเมืองอ่างทอง ศาลเมืองสิงห์ให้หลวงมหาดไทย หลวงรามฤทธิรงค์เป็น
ผู้พิพากษาไปพลาง ศาลเมืองลพบุรีนั้นให้หลวงราชสิทธิสร กับหลวงกิจวิจารณ์เป็นผู้พิพากษาไปพลางก่อนเหมือนกัน ส่วนศาลกรุงเก่าจะขอให้นายสิทกับนายวรรณ เป็นผู้พิพากษาไปพลางนั้น อนุญาตแล้ว

สยามมินทร์


ต่อมามีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 ให้เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ให้เรียก “ผู้ว่าราชการเมือง” เป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัด”
กระทรวงยุติธรรมได้มีประกาศ ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ให้เปลี่ยนคำว่า

“ศาลเมือง” เป็น “ศาลจังหวัด” โดยให้คงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตาม พระธรรมนูญศาล ยุติธรรม ร.ศ. 127 ทุกประการ ศาลเมืองอ่างทองจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น ศาลจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่ นั้นมา
ศาลเมืองอ่างทอง เดิมจะมีลักษณะเป็นอย่างไร สร้างขึ้นเมื่อใด ไม่ปรากฏหลักฐาน ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 อำมาตย์โท พระยาอิศรพันธ์โสภณ ปลัดทูลฉลองได้มีหนังสือแจ้งความมายัง อำมาตย์เอก พระยาลักษมัณสุพจน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลมณฑลอยุธยาว่า ท่านเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมดำริว่า จะสร้างศาลจังหวัดอ่างทองหลังใหม่ ให้เป็นตึกถาวร หล่อด้วยคอนกรีตตามแบบรูปแผนผังและรายการที่ส่งมาพร้อมหนังสือนี้ ให้พระยาลักษมัณ สุพจน์ตรวจดู ถ้าเห็นว่าเป็นการเหมาะแก่ภูมิประเทศและไม่ขัดข้องประการใดก็ให้รายงานไปให้ทราบจะได้ทำความตกลงกับกระทรวงพระคลังต่อไป ท่านอำมาตย์เอก พระยาลักษมัณสุพจน์ มีหนังสือตอบไปว่าไม่ขัดข้อง เนื่องจากที่ทำการศาลจังหวัดอ่างทองหลังเดิมสร้างมานานแล้ว มีสภาพชำรุดทรุดโทรม สถานที่คับแคบ การก่อสร้างศาลจังหวัดอ่างทอง นายเต๊กหลิ่ม ยี่ห้อซ่วนฮับ เป็นผู้ประมูลการก่อสร้างได้ โดยตกลงสร้างที่ทำการศาลจังหวัดอ่างทอง 1 หลัง ที่พักพยาน 1 หลัง และที่คุมขังนักโทษระหว่างการพิจารณา 1 หลัง ทำบัลลังก์เพิ่ม 1 ชุด งบประมาณค่าก่อสร้าง 20,400 บาท การก่อสร้างกำหนดเสร็จภายใน 6 เดือน ทำสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2466
อาคารศาลเป็นอาคารชั้นเดียว สร้างแบบผนังคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้อง มีห้องพิจารณา 3 ห้อง ก่อสร้างในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขที่ 6529 อำเภอเมืองอ่างทอง สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2466 และได้ทำพิธีเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2467 โดยพระยาโบราณราชธานินทร์ อุปราชมณฑลอยุธยาเป็นประธานใน พิธีเปิด

ศาลจังหวัดอ่างทองที่สร้างในปี พ.ศ. 2466 ได้ใช้เป็นสถานที่ประสิทธิ์ประสาทความ ยุติธรรมมานานถึง 50 ปีก็ชำรุดทรุดโทรม จึงได้ทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอ่างทองหลังปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการประกวดราคาก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลพร้อมครุภัณฑ์ เสาธง ถนน รั้วศาล รั้วบ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รั้วบ้านพักผู้พิพากษา 3 หลัง และรั้วบ้านพักจ่าศาล บริษัทสหวิศวก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 2,700,000 บาท ได้เริ่มก่อสร้างและทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2516 โดยนายบัญญัติ สุชีวะ เป็นประธานในพิธี ลักษณะของอาคารศาลเป็นตึก 2 ชั้น ขนาด 6 บัลลังก์ หลังคาทรงไทย กว้าง 33 เมตร ยาว 79.20 เมตร มีมุขยื่นด้านหลังรูปทรงตามแบบแปลนของกรมโยธาธิการ สร้างในที่ดินราชพัสดุ ซึ่งเป็นที่ตั้งเรือนจำเก่า ตรงข้ามกับศาลเก่า ก่อสร้างแล้วเสร็จและได้ทำพิธีเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2517 โดยนายประกอบ หุตะสิงห์ เป็นประธานพิธีเปิด

สถานที่ตั้ง ศาลจังหวัดอ่างทอง THE ANG THONG PROVINCIAL COURT
ถนนเทศบาล 1 อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง 14000 : โทร. 0-3561-1561
E-mail : antc1.2@judiciary.go.th

ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก