เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี
(ปลื้ม สุจริตกุล)

เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี เกิดในสกุล “สุจริตกุล” เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2410 เป็นบุตรพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) ซึ่งเป็นน้องสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และคุณหญิงราชภักดี (ทองศุข สุจริตกุล) ที่ตำบลสะพานถ่าน อำเภอพระนคร กรุงเทพฯ

เมื่อ พ.ศ. 2418 ได้เรียนหนังสือไทยกับคุณแสงในพระบรมมหาราชวังประมาณ 3 ปี แล้วออกไปเรียนต่อกับพระสมุห์ทัด วัดอัปสรสวรรค์ 2 ปี พ.ศ. 2422 ท่านบิดาได้นำถวายตัวเป็นมหาดเล็กเวรฤทธิ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้น พ.ศ. 2423 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้กลับเข้ามาเรียนต่อกับพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ในพระบรมมหาราชวังอีก 1 ปี พ.ศ. 2425 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ออกไปศึกษาวิชา ณ ประเทศอังกฤษ ในตอนแรกเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่โรงเรียนต่าง ๆ ในกรุงลอนดอนประมาณ 5 ปี พ.ศ. 2430 จึงเข้าศึกษาวิชากฎหมายที่โรงเรียนมิดเดิลเทมเปิล กรุงลอนดอน พ.ศ. 2433 สอบกฎหมายอังกฤษได้เป็นเนติบัณฑิต พ.ศ. 2434 กลับจากประเทศอังกฤษได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา ท่านรับราชการมีความเจริญก้าวหน้าไปตามลำดับ

พ.ศ. 2435 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการมีตำแหน่งเป็นนายเวรพิเศษกระทรวงยุติธรรม และได้รับพระราชทานยศ เป็นมหาดเล็กวิเศษ ในระหว่างที่เป็นนายเวรพิเศษนั้น ได้รับอนุญาตให้ว่าความในศาลกงสุลและศาลอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ อีกด้วย

พ.ศ. 2443 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระอรรถการประสิทธิ์

พ.ศ. 2453 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีต่างประเทศ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้น เป็นพระยาพิเชตพิเศษพิสัยวินิจฉัยโกศล

พ.ศ. 2458 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นองคมนตรี กับได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยามเลื่อนขึ้นเป็นชั้นที่ 1

พ.ศ. 2466 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสุพรรณบัตรเป็นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี กับได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ ์เลื่อนขึ้นเป็นชั้นปฐมจุลจอมเกล้า และเหรียญรัตนาภรณ์ชั้นที่ 1

เมื่อได้รับพระราชทานพระสุพรรณบัตรเป็นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีนั้น ท่านมีอายุ 56 ปี ตามประกาศพระบรมราชโองการของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีดังนี้คือ

“…. พระยาพิเชตฯ ได้รับราชการประจำตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรมมาช้านาน มีความรอบรู้เชี่ยวชาญในราชนิติธรรม กอปรด้วยคุณวุฒิปรีชาวิจารณญาณเที่ยงธรรม มิได้ลุแก่อคติทั้ง 4 สถาน ตั้งใจรับราชการโดยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเหตุให้ราชการในหน้าท ี่เรียบร้อยมาทุกตำแหน่งตั้งแต่เป็นผู้น้อยจนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรม ในส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระยาพิเชตฯ ก็เป็นพระประยูรญาติอันสนิท ได้มีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนเจริญวัย ได้ทรงสมาคมคุ้นเคยเป็นที่สนิทชิดชอบพระราชอัธยาศัย ทรงนับถือว่าเป็นมิตรดีด้วยอีกสถานหนึ่ง ครั้นเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการอย่างใด พระยาพิเชตฯ ก็ตั้งใจพยายามสนองพระเดชพระคุณตามพระราชประสงค์ รักษาเกียรติยศ ทั้งในตำแหน่งหน้าที่ราชการและในวัตรปฏิบัติระมัดระวังมิให้มีข้อหาว่าทะนงตนโดยเป็นพระประยูรญาติฤๅเพราะ ทรงพระเมตตาประการใด เป็นความชอบความดีซึ่งควรจะสรรเสริญ และบัดนี้พระยาพิเชตฯ ก็นับว่าเป็นชั้นผู้ใหญ่ในราชินิกุลแห่ง สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี สมควรจะได้ทรงยกย่องฐานันดรให้สูงขึ้นกว่าแต่ก่อน

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาพระยาพิเชตพิเศษพิสัยวินิจฉัยโกศล ขึ้นเป็นเจ้าพระยา มีจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีฯ”

เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีถึงอสัญกรรมเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2477 อายุได้ 66 ปี บุตรธิดาของท่านมีหลายคน อาทิเช่น พระยาอุดมราชภักดี (โถ สุจริตกุล), พระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) พระชายาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, คุณหญิงอนุรักษ์
ราชมณเฑียร (พัว สุจริตกุล), พระพิบูลย์ไอยสวรรย์ (เปรียบ สุจริตกุล), สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, นายกวดหุ้มแพร (โต สุจริตกุล) ฯลฯ


ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก