เจ้าพระยาพิชัยญาติ
(ดั่น บุนนาค)

เจ้าพระยาพิชัยญาติ มีนามเดิมว่า ดั่น บุนนาค เป็นบุตรพระยาไพบูลย์ สมบัติ (เดช บุนนาค) กับนางสงวน เกิดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2418 ที่บ้านเลขที่ 107 ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี แขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
เมื่อยังเยาว์ได้เริ่มต้นการศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2423 ด้วยการศึกษาภาษาไทยอยู่ที่บ้านบิดา โดยมีขุนศรีผลแผ้วเป็นครู และในปี พ.ศ. 2428 ก็สามารถสอบไล่ได้ประโยค 1 หลังจากนั้น
ท่านได้ศึกษาภาษาอังกฤษกับอาจารย์แขกบาบูแรมซามิ พร้อมกับศึกษาต่อที่โรงเรียงหลวง ณ พระตำหนักสวนกุหลาบ ต่อมาได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กวิเศษ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังได้ศึกษาต่อในโรงเรียนกฎหมาย สามารถสำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัณฑิตชั้นปีที่ 1 ภายในระยะเวลา 1 ปี 8 เดือน พร้อมกับเข้าฝึกหัดรับราชการในกรมบัญชาการกลาง กระทรวงยุติธรรม โดยเป็นเสมียนเสด็จในกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ในปี พ.ศ. 2440 ท่านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นยกกระบัตรศาลอุทธรณ์หลวงพิเศษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้พิพากษา
ศาลแพ่ง ในปี พ.ศ. 2442 ได้รับตำแหน่งเป็นข้าหลวงพิเศษจัดการที่นาในบริเวณคลองรังสิต-ประยูรศักดิ์และคลองประเวศบุรีรมย์ในหน้าที่ตุลาการ และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2442 เป็นหลวงเมธีนฤปกร ท่านได้ทำการพิจารณาชำระความเรื่องที่นาให้สำเร็จเด็ดขาดตามพระราชประสงค์ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย เป็นผู้ชำนาญในกฎหมายเรื่องที่ดิน ปลายปี พ.ศ. 2443 ท่านได้เป็นผู้ช่วยพิจารณาพิพากษาคดีในหน้าที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ชั่วคราวอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง และโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงพิเศษจัดการที่นาตามเดิม
ครั้งถึงปี พ.ศ. 2446 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เลื่อนขึ้นเป็นพระเมธีนฤปกร ในปี พ.ศ. 2450 ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ไปรับราชการในหน้าที่กรรมการศาลฎีกา ในปี พ.ศ. 2451 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เลื่อนขึ้นเป็นพระยากฤติกานุกรณกิจ ต่อจากนั้น เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2455 ท่านได้รับพระราชทานยศเป็นมหาอำมาตย์ตรีและได้เลื่อนยศเป็น
มหาอำมาตย์โท เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 ท่านได้ประสบความสำเร็จสุดยอดในชีวิตการเป็นตุลาการของท่าน เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2462 โดยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีศาลฎีกา และด้วยผลงานที่ดีเด่นในการปฏิบัติราชการ ท่านจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาพิชัยญาติ ในปี พ.ศ. 2467
เจ้าพระยาพิชัยญาติได้มีบทบาททางด้านฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2469 โดยได้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2470 ท่านได้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมและในปีเดียวกันนั้น เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ท่านได้รับพระราชทานยศเป็นมหาอำมาตย์เอก ต่อมาภายหลังท่านได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ
นอกจากราชการประจำตำแหน่งแล้ว เจ้าพระยาพิชัยญาติยังได้สนองพระเดชพระคุณดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ทางด้านอื่นอีกหลายตำแหน่ง เช่น เป็นนายกกรรมการเนติบัณฑิตย-สภา เป็นกรรมการสอดส่องความประพฤติทนายความ เป็นกรรมการและแม่กองสอบไล่ความรู้นักเรียนกฎหมายเพื่อเป็นเนติบัณฑิต และเป็นกรรมการพิจารณาคดีพิเศษอีกหลายเรื่อง และเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งสภานิติศึกษาขึ้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอุปนายกแห่งสภาอีกตำแหน่งหนึ่ง ส่วนในราชการแผนกเสือป่า ท่านได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่เริ่มแรกและได้ทำการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด บางครั้งต้องลำบากตรากตรำก็มิได้ท้อถอย จึงมีพระกระแสดำรัสชมเชยเป็นพิเศษ เพราะพระยากฤติกานุกรณกิจทรงคุณวุฒิปรีชาสามารถกอปรด้วยมีอุตสาหะวิริยะสม่ำเสมอ ได้รับราชการตั้งแต่ตำแหน่งผู้น้อยมาจนถึงตำแหน่งสูง และตำแหน่งราชการชั่วคราวและพิเศษอีกหลายตำแหน่ง ได้ปฏิบัติราชการให้เจริญเรียบร้อยสมพระราชประสงค์ตลอดมาตั้งแต่ในรัชกาลสมเด็จพระบรมชนกนาถจนถึงในรัชกาลปัจจุบันนี้ มีความจงรักภักดีต่อราชการและในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมั่นคงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยได้ดี สมควรจะทรงพระกรุณายกย่องให้มีเกียรติยศยิ่งใหญ่ขึ้น
จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาพระยากฤติกานุกรณกิจขึ้นเป็นเจ้าพระยา มีสมญาจารึกในหิรัญบัฏว่า เจ้าพระยาพิชัยญาติ บรมธรรมมิกนาถมหาสวามิภักดิ์ ฯลฯ
เจ้าพระยาพิชัยญาติ (ดั่น บุนนาค) ถึงอสัญกรรม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ปีจอ พ.ศ. 2489 ขณะที่มีอายุ 71 ปี เครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่ท่านได้รับ คือ ปฐมจุลจอมเกล้า

ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก