นายเกลื่อน ชัยนาม
(พระยาอุภัยพิพากสา)



              นายเกลื่อน ชัยนาม (พระยาอุภัยพิพากสา) เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2407 ตรงกับวันอังคารขึ้น 4 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด ณ ตำบลบ้านคลองสาน อำเภอบางลำพูล่าง พระนคร บิดาชื่อ ขุนชัยบริบาล (ตาด) มารดาชื่อ พลับ มีพี่น้องร่วมบิดามารดารวม 5 คน ท่านได้ทำการสมรสกับคุณหญิงจันท มีบุตรธิดารวม 8 คน

การศึกษา
              เมื่อ พ.ศ. 2417 ได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทยที่สำนักหมื่นสุนทร ในปี พ.ศ. 2428 ได้อุปสมบทที่วัดทองนพคุณ พระสุธัมสังวรเป็นพระอุปชาย์ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและพระวินัย 1 พรรษา แล้วลาสิกขาบท ท่านได้ศึกษาค้นคว้าวิชาความรู้ทางด้านการปกครองและกฎหมายจนได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ เป็นข้าหลวงประจำจังหวัด เป็นผู้พิพากษาในศาลกรุงเทพมหานครและศาลมณฑลหัวเมือง และในปี พ.ศ. 2460 เนติบัณฑิตยสภาได้รับรองคุณวุฒิของท่านยอมรับเข้าเป็นสมาชิกวิเศษและได้รับพระราชทานเสื้อครุย
เนติบัณฑิต
              นอกจากความรู้ทางด้านการปกครองและกฎหมายแล้ว ท่านยังเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้านวรรณคดีไทย สามารถเขียนคำประพันธ์ร้อยกรอง โคลง กลอน โวหาร สุภาษิตไว้มากมาย

การรับราชการ
              ในปี พ.ศ. 2426 เริ่มรับราชการเป็นเสมียนในกองตระเวนซ้าย (รักษาความสงบเรียบร้อยที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา) กรมกองตระเวน กระทรวงเมือง (กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย)
              พ.ศ. 2428 ได้รับแต่งตั้งเป็นหมื่นรองชัยบริบาล ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอวัดทองธรรมชาติ ธนบุรี
              พ.ศ. 2430 ไปเป็นนายอำเภอตลาดสมเด็จ ธนบุรี ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนขจรบุรี
              พ.ศ. 2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ให้ไปรักษามณฑลลาวกาว (มณฑลอิสาน) ซึ่งติดต่อกับอินโดจีนฝรั่งเศส พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ได้กราบถวายบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานนายเกลื่อน ชัยนาม (ขุนขจรบุรี) ให้ไปช่วยราชการครั้งนั้นด้วย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อนุญาต และทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นขุนผไทไทยพิทักษ์
ในการเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง เมื่อถึงมณฑลลาวกาว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ได้ทรงแต่งตั้งให้นายเกลื่อน ชัยนาม (ขุนผไทไทยพิทักษ์) เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดศรีสะเกษ
              ในปี พ .ศ. 2436 มีทหารญวน เขมร เข้ารุกรานดินแดนของเมืองเชียงแตน ตั้งอยู่
ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงตรงข้ามปากเซ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ได้มีรับสั่งให้
นายเกลื่อน ชัยนาม (ขุนผไทไทยพิทักษ์) คุมทหารเมืองศรีสะเกษ เมืองอุทุมพรพิสัย ไปรักษาค่ายช่องโพย ซึ่งติดต่อกับเขตแดนเมืองพรหมเทพของฝรั่งเศส การไปปฏิบัติราชการในยามคับขันครั้งนั้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ได้ทรงไว้วางพระทัยนายเกลื่อน
ชัยนาม เป็นพิเศษ ถึงกับได้มีลานพระหัตถ์มอบอาญาสิทธิ์ให้นายเกลื่อน ชัยนาม ประหารชีวิตผู้กระด้างกระเดื่องได้ก่อนกราบทูลอย่างเป็นทางการ เมื่อท่านได้วางแผนและรักษาด่านด้วยความเข้มแข็งเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร จึงมีรับสั่งให้
พระชัยภักดี ผู้ช่วยเมืองศรีสะเกษไปรักษาด่านช่องโพยแทน และรับสั่งให้นายเกลื่อน ชัยนาม กลับมารับหน้าที่ข้าหลวงประจำจังหวัดศรีสะเกษตามเดิม และทรงมอบภาระให้สะสมเสบียง เกณฑ์คนเข้ารับราชการทหาร หล่อกระสุนปืนส่งให้มณฑลลาวกาว ปรากฏว่าภาระกิจที่ท่านได้รับมอบหมายประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง
              ในปี พ.ศ. 2438 ท่านได้กลับเข้ามารับราชการในกรุงเทพมหานครในหน้าที่ตุลาการ เป็นผู้ช่วยกรรมการกองที่ 3 พิจารณาความอาญา
              พ.ศ. 2439 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้พิพากษาศาลแพ่ง
              พ.ศ. 2441 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้พิพากษาศาลพิษณุโลก
              พ.ศ. 2445 โปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นหลวงประชาปริวัตร
              พ.ศ. 2449 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้พิพากษาศาลมณฑลอยุธยา
              พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็นอำมาตย์โท
              พ.ศ. 2459 โปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็นพระวิสดารวินิจฉัย
              พ.ศ. 2464 โปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็นอำมาตย์เอก
              พ.ศ. 2466 โปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอุภัยพิพากสา
              ในปี พ.ศ. 2468 นายเกลื่อน ชัยนาม ได้กราบถวายบังคมลาออกจากราชการในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2469 เนื่องจากสุขภาพทรุดโทรม อายุ 62 ปี ท่านรับราชการมานาน 42 ปี หลังจากที่ท่านลาออกจากราชการแล้ว ท่านใช้ชีวิตด้วยความสงบทำบุญรักษาศีลอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้กว้างขวาง เป็นที่รักใคร่เคารพนับถือของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเจ้านายผู้ใหญ่เสด็จไปอยุธยา มักจะเรียกหาตัวท่านมาสอบถามสนทนาด้วยเสมอ ๆ ท่านช่วยเหลืองานราชการอย่างเต็มความสามารถ
              นายเกลื่อน ชัยนาม ป่วยด้วยโรคชรา และถึงแก่กรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2487 เวลา 13.05 น. ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สิริรวมอายุได้ 80 ปี

ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก