เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร

เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร มีนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์ลบ สุทัศน์ เป็นบุตรหม่อมเจ้าจินดา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 1 กรมหมื่นไกรสรวิชิตและหม่อมอิน เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400

การศึกษา

ในเบื้องต้นได้เรียนหนังสือไทยกับพระพิมลธรรม (อัน) และเรียนภาษาบาลีกับสมเด็จพระวันรัต (แดง) และศึกษาในทางเลขกับพระอริยกวี (พลับ) ใน พ.ศ. 2422 ได้อุปสมบทที่วัดสระเกศ อำเภอพระนคร โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็น
พระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้สมรสกับท่านผู้หญิงเอี่ยม แต่มิได้มีทายาทสืบสายโลหิต
เมื่อ พ.ศ. 2418 ได้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กวิเศษในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และใน พ.ศ. 2420 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น
นายรองฉัน ในกรมมหาดเล็ก
พ.ศ. 2422 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายขันหุ้มแพร ภายหลังที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งคอมมิตตี้ทั้ง 4 ขึ้นว่าการฝ่ายนครบาล ประกอบด้วย
1. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรวรฤทธิ
2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัฒนวิศิษฏ์
3. เจ้าพระยารัตนาธิเบศร
4. พระยาอภัยรณฤทธิ์
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนสังกัดนายขันหุ้มแพร จากกรมมหาดเล็กไปรับ
ราชการในกระทรวงนครบาล เป็นตำแหน่งเจ้ากรมกองตระเวน ฝ่ายกองไต่สวนโทษหลวง ซึ่งในเวลานั้นงานทางกรมอำเภอบางส่วนได้รวมอยู่ด้วย ท่านได้รับราชการในตำแหน่งนี้ประมาณ
2 – 3 ปี
ในปี พ.ศ. 2434 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เลื่อนขั้นเป็น พระประชากรกิจวิจารณ์ และในปี พ.ศ. 2435 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นเจ้ากรมกองตระเวนขวา และยังคงบังคับกองไต่สวนโทษหลวงด้วย ในปีนี้ท่านได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนขึ้นเป็น พระยา
อินทราธิบดีสีหราชรองเมือง
พ.ศ. 2439 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นรองอธิบดีกรมกองตระเวน และในปี พ.ศ. 2445 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนขึ้นเป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงนครบาล
พ.ศ. 2453 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี
พ.ศ. 2454 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศขึ้นเป็นมหาอำมาตย์โท
พ.ศ. 2455 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมและได้รับพระราชทานยศเลื่อนขึ้นเป็นมหาอำมาตย์เอก
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร มีคำประกาศดังนี้
ศุภมัสดุ พระพุทธสาสนกาลเป็นอดีตภาค 2455 พระพรรษากาลปัตยุบันจันทรโคจร มุสิกสัมพัตสร กรรติกมาสสุกกปักข์ ตติยดิถี สสิวาร สุริยคติกาล รัตนโกสินทรศก 131 พฤศจิกายนมาส เอกาทสมสุรทิน โดยกาลนิยม
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ ฯลฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำริว่า พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมืองได้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กวิเศษ ในรัตนโกสินทรศก 94 เมื่อรัตนโกสินทรศก 96 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายรองฉัน รัตนโกสินทรศก 98 เป็นนายขันหุ้มแพร ในรัตนโกสินทรศก 105 โปรดเกล้าฯ ให้ไปรับราชการในกรมกองตระเวนแผนกกองไต่สวนโทษหลวง ในกระทรวงนครบาล รัตนโกสินทรศก 110 ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระประชากรกิจวิจารณ์ เจ้ากรมกองตระเวนฝ่ายกองไต่สวนโทษหลวง
รัตนโกสินทรศก 111 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง เจ้ากรมกองตระเวนขวา คงบังคับบัญชากองไต่สวนโทษหลวงด้วย รัตนโกสินทรศก 115 เลื่อนขึ้นเป็นรองอธิบดีกองตระเวน รัตนโกสินทรศก 119 เมื่อได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนด
วันให้ใช้พระราชบัญญัติโรงรับจำนำแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรม
ราชานุญาตให้เป็นเจ้าพนักงานออกใบอนุญาตแก่ผู้ที่ตั้งโรงรับจำนำ ในมณฑลกรุงเทพฯ ครั้ง
รัตนโกสินทรศก 121 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นปลัดทูลฉลองกระทรวงนครบาล รับราชการในหน้าที่นั้นตลอดมา จนรัตนโกสินทรศก 131 นี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง เป็นผู้รอบรู้ราชการในกระทรวงนครบาลทั้งแผนกการปกครองและการปราบปรามโจรผู้ร้าย การพิจารณาคดีอาญา ซึ่งแต่ก่อนอยู่ในหน้าที่กระทรวงนครบาล ทั้งชำนิชำนาญในวิธีจัดการต่าง ๆ อันเกี่ยวกับหน้าที่ ดังจะ
เห็นได้ตามที่พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง ได้รับราชการซึ่งเป็นการพิเศษมาเช่นเมื่อ
รัตนโกสินทรศก 109 ได้เป็นข้าหลวงออกไปรักษาการโจรผู้ร้ายในทุ่งตะวันออกมณฑลกรุงเทพฯ รัตนโกสินทรศก 113 เป็นข้าหลวงพร้อมด้วยกงสุลฝรั่งเศสออกไปไต่สวนเรื่องพวกแขกกับพวกราษฎรตำบลหัวคู้ วิวาทยิงกันตาย รัตนโกสินทรศก 114 เป็นกรรมการพิเศษตัดสินคดีเรื่อง บริษัทขุดคลองและคูนาสยามและการอื่น ๆ เช่นจัดการซื้อที่ดินของรัฐบาล เป็นต้น เหล่านี้ได้รับราชการเรียบร้อยตลอดมา ส่วนกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่พระยาอินทราธิบดีสีหราช
รองเมืองได้เข้ารับราชการตำแหน่งเป็นเสนาบดีมา ก็ไม่ช้านานปานใด แต่ก็ได้แลเห็นปรากฏแล้วว่า ราชการในกระทรวงนั้นดำเนินไปโดยอาการเรียบร้อย และคดีที่คั่งค้างอยู่ในศาลหลวงต่าง ๆ ก็ได้จัดการเร่งรัดให้ผู้พิพากษาจัดการพิจารณาให้แล้วเสร็จไปโดยรวดเร็ว เป็นการดีสมด้วยพระราชประสงค์ ทั้งเป็นผู้ได้ฉลองพระเดชพระคุณในราชการส่วนพระองค์อีกเป็นอันมาก มีความซื่อตรงจงรักภักดีต่อราชตระกูล เอาใจใส่ในราชการแผ่นดิน และเป็นมนตรีมีอัธยาศัยใจคอกว้างขวางและโอบอ้อมอารีแก่เพื่อนราชการตลอดจนคนสามัญอันอยู่ในความปกครอง เป็นที่นับถือรักใคร่ของคนทั้งปวงเป็นอันมาก ทั้งเป็นผู้มีปรีชาความสามารถในราชกิจน้อยใหญ่ จะคิดทำการใดก็เป็นไปโดยประกอบด้วยน้ำใจอันสุจริตและเยือกเย็นเป็นผู้มีความคิดอันสุขุมและถี่ถ้วน สมควรเป็นข้าราชการผู้ใหญ่อันเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยได้ ทั้งเวลานี้ก็ได้รับราชการในตำแหน่งเสนาบดีอันเป็นตำแหน่งสูงสุด สมควรจะได้รับเกียรติยศใหญ่ยิ่งขึ้น
จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนา พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง ขึ้นเป็นเจ้าพระยา มีสมญาจาฤกในสุพรรณบัฏว่า พระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร สยามนริศรนิตยภักดี วรางคมนตรีกุลพิศิษฏ์ ไกรสรวิชิตสันตติวงศ์ สิทธิประสงค์นฤปราช สุจริตตามาตย์สีตลัธ-ยาศัย อดุลไตรรัตนสรณธาดา อภัยพิริยบรากรมพาหุ ครุธนาม ดำรงศักดินา 10,000
จงเจริญทฤฆชนมายุ พรรณสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ธนสารสมบัติ บริวารสมบูรณ์ ทุกประการ
เจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร ได้รับพระราชทานสุพรรณบัฏบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา พ.ศ. 2455 ถึง พ.ศ. 2481 รวมเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาฯ 27 ปี
พ.ศ. 2457 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศพิเศษในกรมมหาดเล็กให้เป็นจางวางเอก ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นที่ต้องพระราชหฤทัยตลอดเรื่อยมาตราบเท่าจนเสด็จสวรรคต
พ.ศ. 2469 ได้ขอพระราชทานกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ และได้รับพระราชทานบำนาญตลอดมาจนถึงอสัญกรรม

เหตุการณ์พิเศษในเวลารับราชการ

พ.ศ. 2433 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นข้าหลวงออกไปรักษาการโจรผู้ร้ายในทุ่งตะวันออก มณฑลกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2437 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นข้าหลวง พร้อมด้วยกงสุลฝรั่งเศสออกไปไต่สวนเรื่องพวกแขกกับราษฎรที่ตำบลหัวคู้ วิวาทยิงกันตาย
พ.ศ. 2438 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรรมการพิเศษตัดสินเรื่องบริษัทขุดคลองและคูนาสยาม
พ.ศ. 2439 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรรมการพิเศษคืนที่ดินและตึกตำบลถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร ให้แก่เจ้าของที่ดิน
พ.ศ. 2440 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกไปจัดตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านในทุ่งตะวันออก มณฑลกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2441 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้ช่วยแม่กองจัดซื้อที่ดินสร้างพระราชวัง และบริเวณสวนดุสิต
พ.ศ. 2442 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรรมการจัดซื้อที่ดินสร้างถนนราชดำเนินกลาง
พ.ศ. 2443 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการเรื่องโรงรับจำนำ
พ.ศ. 2450 เป็นพนักงานจัดซื้อที่ดินตำบลบางซื่อเพื่อใช้ราชการทหาร
พ.ศ. 2451 เป็นกรรมการออกใบอนุญาตแก่ผู้จำหน่ายน้ำสุรา
พ.ศ. 2457 เป็นสภานายกและเหรัญญิกราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม เพื่อจัดการเรี่ยไรสร้างเรือรบให้แก่ราชนาวี ในพุทธศกนี้ ได้เป็นนายกพิเศษแห่งเนติบัณฑิตยสภาด้วย
พ.ศ. 2461 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกกรรมการชำระประมวลกฎหมาย
พ.ศ. 2462 เป็นกรรมการจัดการพระราชมฤดกสมเด็จพระบรมราชินีพระพันปีหลวง
พ.ศ. 2464 เป็นกรรมการจัดระเบียบเงินใช้จ่ายในพระราชสำนัก
พ.ศ. 2467 ในคราวเสด็จพระราชดำเนินในการซ้อมรบทหารบก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรรมการรักษาพระนครด้วยผู้หนึ่ง

ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญตรา

พ.ศ. 2433 ได้รับพระราชทาน จัตุรถาภรณ์มงกฎสยาม
พ.ศ. 2434 ได้รับพระราชทาน จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
พ.ศ. 2436 ได้รับพระราชทาน ตริตาภรณ์มงกุฎสยาม
พ.ศ. 2444 ได้รับพระราชทาน ทุติยจุลจอมเกล้า
พ.ศ. 2448 ได้รับพระราชทาน เหรียญจักรพรรดิมาลา
พ.ศ. 2449 ได้รับพระราชทาน ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
พ.ศ. 2451 ได้รับพระราชทาน ประถมาภรณ์มงกุฎสยาม
ได้รับพระราชทาน ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
ได้รับพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 3
พ.ศ. 2453 ได้รับพระราชทาน ประถมาภรณ์ช้างเผือก
พ.ศ. 2454 ได้รับพระราชทาน รัตนวราภรณ์
ได้รับพระราชทาน วชิรมาลา
พ.ศ. 2455 ได้รับพระราชทาน ปฐมจุลจอมเกล้า
พ.ศ. 2456 ได้รับพระราชทาน เข็มสมุหมนตรี
พ.ศ. 2457 ได้รับพระราชทาน มหาปรมาภรณ์
ได้รับพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 1
พ.ศ. 2462 ได้รับพระราชทาน เหรียญดุษดีมาลา เข็มราชการแผ่นดิน
และตราวัลภาภรณ์
พ.ศ. 2463 ได้รับพระราชทาน มหาวชิรมงกุฎ

ใน พ.ศ. 2477 ได้เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะเรื่อยมา ไปไหนไม่ได้ ครั้นถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2481 เวลา 8.40 นาฬิกา ได้ถึงอสัญกรรมเพราะโรคชรา ด้วยความสงบที่บ้านถนนอนุวงศ์ คำนวณอายุเรียงปีได้ 82 ปี

ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก