ศุภมาตรา 
       

        ศุภมาตรา - ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความว่า ตำแหน่งข้าราชการหัวเมืองตำแหน่งหนึ่ง ในปัจจุบันหมายถึงผู้ช่วยสรรพากรจังหวัด

        ศุภมาตรา เป็นผู้พิจารณาความที่จำเลยเป็นสมใน คือ เป็นชาววัง คนในสังกัดกรมฝ่ายใน ตั้งอยู่ในพระราชฐาน เช่น กรมแสงใน กรมคลังวิเศษ กรมสนมพลเรือน กรมรักษาองค์ กรมวังเป็นผู้แต่งตั้งตำแหน่งศุภมาตรา

     
      ยกกระบัตร 
                     ยกกระบัตร - ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความว่า ตำแหน่งข้าราชการครั้งโบราณสังกัดกระทรวงวัง มีหน้าที่ออกไปประจำอยู่ตาม หัวเมืองเพื่อสอดส่องอรรถคดี, ตำแหน่งเจ้าพนักงานเกี่ยวกับอรรถคดีตรงกับอัยการในบัดนี้, ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายธุรการของศาล ตรงกับจ่าศาลในบัดนี้, เจ้าหน้าที่ในการจัดหาเครื่องใช้ ของทหาร, เขียนเป็น ยุกกระบัตร ก็มี
        
       ยกกระบัตร เป็นตำแหน่งข้าราชการสมัยก่อน สังกัดกระทรวงวัง มีหน้าที่ออกไปประจำอยู่ ตามหัวเมือง เพื่อสอดส่องดูแลอรรถคดี รักษากฎหมายและความยุติธรรมในเมืองนั้น ๆ และทำรายงานต่าง ๆ ในเมืองทูลต่อพระมหากษัตริย์ ตำแหน่งยกกระบัตรนี้ได้เลิกใช้เมื่อ พ.ศ. 2458 โดยเปลี่ยนไปเรียกว่า อัยการเมืองและอัยการมณฑล ภายหลังในปี พ.ศ. 2478 ได้เปลี่ยนชื่อและใช้คำว่าอัยการจังหวัดแทน
     
      ตราภูมิคุ้มห้าม 
                   ตราภูมิ - ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความว่า หนังสือคู่มือสำหรับคุ้มส่วยสาอากร และการเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น
            คุ้มห้าม - ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความว่า ยกเว้นจากความต้องห้าม และภาษีอากร
      
      ตราภูมิคุ้มห้าม เป็นหนังสือที่ทางราชการออกให้แก่ไพร่หลวงที่มีบำเหน็จความชอบ บางคนหรือบางหมู่ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ถูกกรมการเมือง กรมการแขวงเกณฑ์ไปทำราชการ เบ็ดเตล็ดนอกเหนือจากหน้าที่ หรือได้รับการยกเว้นค่านา ค่าน้ำ ค่าสวน ค่าธรรมเนียม ภาษีใด ๆ ตามที่มีระบุในหนังสือคุ้มห้ามเป็นจำนวนเงินเท่าที่ระบุไว้ในตราภูมิ
     
      ตีนโรงตีนศาล
                      ตีนโรงตีนศาล - ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความว่า เรียกคนที่ชอบพลอยประสมหาเศษหาเลยหรือหารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ตามโรงศาลว่า พวกตีนโรงตีนศาล
      
        ตีนโรงตีนศาล เป็นวิธีการหาเลี้ยงชีพหารายได้เล็ก ๆ น้อย โดยยึดเอาสถานที่ใด สถานที่หนึ่งเป็นที่อาศัยหากินกับผู้ที่มาติดต่อกับองค์กรหรือหน่วยงงานนั้น ๆ ในสมัยก่อนตามโรงศาลมีการชำระความ มักมีพวกรับจ้างวิ่งเต้นคดีติดต่อกับเจ้าพนักงานศาล ทนายความหรือคู่ความ รับจ้างทำงานเบ็ดเตล็ด เช่น เขียนคำร้อง กรอบแบบพิมพ์ คัดสำนวน หานายประกัน เป็นวิธีการหาเงินแบบหนึ่งที่รับจ้างทำงานประเภทนี้ จึงเรียกว่า “ตีนโรงตีนศาล”
     
      บ้านเมืองมีขื่อมีแป 
                          บ้านเมืองมีขื่อมีแป - ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 เป็นสำนวน หมายความว่า บ้านเมืองหรือประเทศย่อมมีกฎหมายคุ้มครอง เช่น ถ้าบ้านเมืองมีขื่อมีแปคงไม่ทำกับอ้ายแก่เช่นนี้ได้ มักใช้ในเชิงปฏิเสธว่า บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป
         
          บ้านเมืองมีขื่อมีแป หมายถึง บ้านเมืองต้องมีกฎหมายคุ้มครองเป็นหลัก ราษฎรหรือประชาชนในบ้านเมืองนั้น ต้องถือปฏิบัติตามหลักของกฎหมายเปรียบดังเรือนต้องมีขื่อเป็นไม้ยึดหัวเสาตามขวาง และมีแปเป็นไม้ยืดหัวเสาตามยาว เรือนจึงจะทรงตัวอยู่ได้ ถ้าไม่มีขื่อมีแป เรือนก็จะทรงตัวอยู่ไม่ได้
         
          ประเทศชาติบ้านเมืองจำเป็นต้องมีกฎหมายไว้คุ้มครอง ราษฎรจึงอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสงบเรียบร้อย ไม่ละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน ปฏิบัติตามหลักกฎหมาย จึงเรียกว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป
     
ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก