สมุหมรดก
               สมุห- ความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายว่า หัวหน้าในตำแหน่งหน้าที่
         สมุหมรดก หมายถึง บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจสั่งทายาทของผู้ตายให้ทำบัญชีทรัพย์มรดก ของบุคคลผู้มีฐานะดี และมีหน้าที่นำความกราบบังคมทูลพร้อมด้วยบัญชีทรัพย์ เพื่อรับสนอง พระบรมราชโองการเกี่ยวกับการจัดแบ่ง
         สมุหมรดก เป็นเจ้าหน้าที่รับมอบทรัพย์นำไปเข้าพระคลังหลวง มีอำนาจหน้าที่
         1. จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก
         2. จัดแบ่งมรดกของบุคคลบางประเภทแก่ผู้ควรได้รับ เพื่อนำขึ้นกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์
         3. จัดแบ่งเอาทรัพย์ที่เป็นภาคหลวง (ภาษีมรดก) เข้าพระคลัง
         4. พิจารณามรดก บางรายไม่ควรเข้าจัดการ
         5. เรียกทรัพย์พัทยาส่งคืนพระคลังหลวง
     
      ทรัพย์พัทยา
                       พัทธยา ความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายว่า จำนวนที่หักหรือริบเอาไว้เป็นภาคหลวง
                 ทรัพย์พัทยา หมายถึง ทรัพย์ที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพื่อเป็นเกียรติยศ เช่น เครื่องยศ เสลี่ยงสำหรับนั่งให้คนหาม เรือนกันยา ช้างม้า อาวุธยุทธภัณฑ์ ทรัพย์ประเภทนี้จะนำมาแบ่งเป็นมรดกไม่ได้ ต้องส่งคืนเข้าพระคลังหลวง แสดงว่าทรัพย์ของผู้ตายไม่ใช่จะเป็นมรดกไปเสียทั้งหมด เพราะบางอย่างแม้จะเป็นของผู้ตายแต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นมรดก อันควรแบ่งเช่นทรัพย์ที่เป็นพัทยาจะแบ่งไม่ได้ ต้องคืนให้สมุหมรดกหรือเจ้าหน้าที่รับมอบทรัพย์นำไปคืนเข้าพระคลังหลวง
     
      คนพวง
                              คนพวง หมายถึง พวกนักโทษ การที่เรียกนักโทษว่าคนพวงนี้ หมายถึง คนที่ถูกผูกร้อย เป็นพวงเดียวกัน ลักษณะการปกครองควบคุมคุ้มกันนักโทษในสมัยโบราณ คนโทษหรือนักโทษในสมัยโบราณ ต้องหากินเองหรือมีญาตินำอาหารไปส่งให้ ทางคุกไม่มีอาหารเลี้ยงเหมือนในปัจจุบัน เมื่อถึงวันพระ วัน 5 ค่ำ 8 ค่ำ 11 ค่ำ 15 ค่ำ ผู้คุมจะเอาหวายผูกล่ามเป็นพวง พวงละ 10 – 30 คน ให้นักโทษออกขอทานเขากิน จึงเรียก นักโทษว่าคนพวง ส่วนลูกเมียของนักโทษนั้นก็เอาเชือกผูกเอวผูกเข้าพวงต่อกันไปด้วย เพื่อออกมาขอทานเขากิน
     
      ทาสในเรือนเบี้ย
                     ทาส- ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่า ผู้ที่ขายตัวลงเป็นคนรับใช้หรือที่นายเงินไถ่ค่าตัวมา เรียกว่า ทาสน้ำเงิน ผู้ที่เป็นลูกของทาสน้ำเงิน เรียกว่า ทาสในเรือนเบี้ย
                เรือนเบี้ย ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายไว้ว่า ทาสที่เป็นลูกของทาสน้ำเงิน เรียกว่า ทาสเรือนเบี้ย
   
             ทาสในเรือนเบี้ย หมายถึง เด็กที่เกิดจากบิดามารดาซึ่งเป็นทาสโดยบิดามารดาได้ขายตัวและรับเงินจากนายเงิน ไปแล้วและอยู่รับใช้นายเงิน เด็กที่เกิดระหว่างที่บิดามารดาเป็นทาสรับใช้นายเงินนั้น เรียกว่า ทาสในเรือนเบี้ย เรือนเบี้ย หมายถึง เงินที่ทาสคนนั้นขายตัวให้กับนายเงิน
     
      หับเผย
                        หับเผย- ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความว่า โรงเรือนที่มีลักษณะอย่างกระท่อมเล็กและที่กุมขังซึ่งปิดงับและเปิดค้ำขึ้นได้
                 ในสมัยโบราณผู้คุมอนุญาตให้ลูกเมียของนักโทษให้อยู่ด้วยกันได้เป็นครั้งคราว โดยปลูกเพิงที่พักที่มีแผงค้ำเปิดได้ที่เรียกว่า หับเผย ให้อยู่ที่หน้าคุก เวลาที่นักโทษต้องออกขอทานก็เอาลูกเมียผูกเข้าพวงไปด้วย
     
ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก