จารีตนครบาล

     

                  จารีตนครบาล หมายถึง ระบบการไต่สวนพิจารณาคดีด้วยการทรมานจำเลย เพื่อให้จำเลยให้การตามสัตย์จริง แต่จารีตนครบาลมิได้กระทำแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคน แต่จะกระทำต่อเมื่อผู้ร้ายด้วยกันซักทอดไปถึงผู้ต้องหาหรือจำเลยมีเหตุพิรุธอย่างใดอย่างหนึ่ง

     
     

จักรปาณี

     

          จักรปาณี แปลว่า “ผู้มีจักรในมือ” คือ กงจักร เดิมเป็นนามเรียก พระนารายณ์  พระเป็นเจ้าในศาสนาพราหมณ์ฝ่ายไวษณพนิกายซึ่งนับถือพระวิษณุ คือ พระนารายณ์ว่าเป็นพระเป็นเจ้า ไทยเราเอามาเป็นราชทินนามชื่อของลูกขุน ณ ศาลหลวง และเติมบรรดาศักดิ์ หลวง พระ พระยา เข้าข้างหน้า เป็นหลวงจักรปาณี พระจักรปาณี มีหน้าที่พิจารณาความหรือชำระอรรถคดี หนังสือเรื่อง กฎหมายเมืองไทย เล่ม 1 กล่าวด้วยนาพลเรือน ซึ่งภายหลังเรียกศักดินาพลเรือนว่า “พระจักะปาณีศรีศีลวิสุทธิ ปลัดพระครูพิราม นา 5000 ไร่” หมายถึง พระจักรปาณีเป็นปลัดผู้ช่วยหรือผู้แทนพระครูพิราม เป็นลูกขุน ณ ศาลหลวง
ถือศักดินา นา 3000 ไร่ พระครูพิรามมีชื่อสร้อยต่อท้ายว่า “ราชสุภาวดีศรีเวทจุฑามณีศรี-บรมหงษ์” เป็นลูกขุนสูงศักดิ์อยู่ในศาลหลวง ถือศักดินา 5000 ไร่

     
     

ข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรม

     

          ข้าหลวงพิเศษศาลยุติธรรม หมายถึง ผู้พิพากษาตุลาการที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นข้าหลวงพิเศษ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบังคับคดีแพ่ง อาญา ตลอดจนตรวจตราระเบียบราชการศาล แนะนำผู้พิพากษาตุลาการได้ทั่วทุกหัวเมือง มณฑลในพระราชอาณาจักร โดยท้องตราเสนาบดีเจ้ากระทรวงยุติธรรมสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงออกไปเป็นพิเศษ กำหนดอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี

     
     

ศาลคดีต่างประเทศ

     

          ศาลคดีต่างประเทศ หมายถึง ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงตามที่เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกำหนดเป็นครั้งคราวหรือเฉพาะคดีนั้น ๆ โดยจะแบ่งเป็น 2 แผนก หรือมากกว่า 2 แผนกก็ได้ เช่น เป็นศาลคดีต่างประเทศ และศาลต่างประเทศ แต่รวมอยู่สถานที่แห่งเดียวกัน แล้วแต่ว่าคดีจะตกอยู่ในอำนาจของศาลใด ผู้พิพากษาก็ออกนั่งพิจารณาในฐานะของศาลนั้น
ทั้ง 2 ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาความแพ่งและความอาชญาได้ทุกบทกฎหมาย แต่ศาลคดีต่างประเทศชำระเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับคนในบังคับอังกฤษ ส่วนศาลต่างประเทศชำระคดีที่เกี่ยวกับคนในบังคับฝรั่งเศส ผู้พิพากษาซึ่งจะพิจารณาคดีทั้งปวงในศาลทั้ง 2 นี้ จะต้องมีจำนวนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จึงจะเป็นองค์คณะ หากพิจารณาคนเดียวจะมีอำนาจพิพากษาได้ตามพระธรรมนูญศาลหัวเมืองเช่นเดียวกันกับศาลพระราชอาชญาและศาลแพ่งตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ร.ศ. 127 ต่างกันแต่ว่าคดีบางเรื่องจะต้องมีที่ปรึกษากฎหมายชาวยุโรปนั่งพิจารณาด้วย

     
     

สำรองผู้พิพากษา

     

          สำรองผู้พิพากษา คือ ข้าราชการชั้นสัญญาบัตรคนใดคนหนึ่งซึ่งผู้พิพากษาเชิญมานั่งพิจารณาคดีเพื่อให้ครบองค์คณะตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ร.ศ. 127ิ

 

     
     

จกอบหรือจังกอบ

     

          จกอบหรือจังกอบ เป็นภาษาเขมร แปลว่า ภาษีชนิดหนึ่งที่เก็บแก่ผู้นำสัตว์และข้าวของไปขายในที่ต่าง ๆ มูลศัพท์เดิมของคำว่า จกอบหรือจังกอบ แปลว่า หางเสือเรือ หมายความว่า เมื่อเรือบรรทุกสินค้ามาถึงด่านภาษีก็จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปในเรือ ยกหางเสือเรือขึ้น ตรวจสินค้าในเรือเก็บภาษีให้ได้ครบก่อน แล้วจึงเอาหางเสือลงให้เรือผ่านไปได้ ต่อมาภายหลังจกอบหรือจังกอบนี้ เป็นการเรียกเก็บภาษีทั้งทางน้ำและทางบก จนถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงเปลี่ยนวิธีเก็บภาษีจังกอบตามขนาดเรือ คือ วัดตามความยาวของเรือแล้ว เก็บวาละบาท (ในหนังสือ ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ของพระยานิติศาสตร์ไพศาลย์. 2502, หน้า 42) จังกอบ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่า ภาษีผ่านด่าน, ภาษีปากเรือ, ภาษีที่เก็บเพื่อใช้บำรุงท้องถิ่น

     
     

สมุหมรดก

     

          สมุหมรดก คือ บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจสั่งทายาทของผู้ตายให้ทำบัญชีทรัพย์มรดกบุคคลผู้มีฐานะดี และมีหน้าที่นำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงพระกรุณาแบ่งปันทรัพย์มรดกให้โดยพระราชกฤษฎีกา โดยจัดแบ่งสันปันส่วนมรดกให้แก่ญาติพี่น้อง และกันส่วนที่เป็นภาคหลวงกับทรัพย์สินที่เป็นพัทยาของหลวง (สิ่งของที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานมาเป็นเครื่องประกอบเกียรติยศ) เช่น เครื่องยศ เสลี่ยงสำหรับนั่งให้คนหาม เรือกันยา ช้าง ม้า อาวุธยุทธภัณฑ์ อันเป็นเครื่องรบทัพจับศึกส่งคืนเข้าท้องพระคลังหลวง จะแบ่งปันเป็นมรดกมิได้ ด้วยในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมได้ประกาศตั้งกฎหมายลักษณะมรดกขึ้น หากผู้มีบรรดาศักดิ์ เศรษฐี คฤหบดีถึงแก่กรรม บังคับให้ญาติพี่น้องบุตรภริยาผู้ตายทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อสมุหมรดกเพื่อจัดการแบ่งสันปันส่วนตามกฎหมาย ภายหลังกฎหมายนี้ได้ยกเลิกไปด้วยเหตุสามประการ

  1. เพราะเลิกเก็บภาคหลวง
  2. มีศาลพิจารณาพิพากษาคดีมรดกขึ้นแล้ว
  3. พระมหากษัตริย์ไม่จำต้องทรงรับภาระวินิจฉัยหรือทรงสั่งการด้วยพระองค์เองต่อไป

(ในหนังสือ คำบรรยายประวัติศาสตร์กฎหมาย ของหลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ. 2504, หน้า 44 – 45)

       
     
ยินดีต้อนรับสู่ ... พิพิธภัณฑ์ศาลไทย (Court Museum of Thailand)
กลับหน้าแรก